Image Stabilizer ย้อนอดีต VR

    Share
    avatar
    BanDitDotCom
    Rank : Master
    Rank : Master

    Posts : 1835
    From : ลาดพร้าว
    Joined : 04/10/2009

    Image Stabilizer ย้อนอดีต VR

    ตั้งหัวข้อ by BanDitDotCom on Thu Jan 14, 2010 8:22 am

    อันนี้เพื่อน(อีกแล้ว)เอามาให้ผมอ่านครับ ^^ ก็เห็นว่าเป็นความรู้ทั่วไปดี

    เกี่ยวกับ กันสั่น เลยเอามาให้อ่านกันเล่นๆ จ้ะ

    กันสั่นในแต่ละเจ้าก็มีการเรียกที่ต่างกันชิมิ ^^

    อย่างของเราก็ VR หนอนก็ IS โซนี่ก็ AS บราๆๆๆ

    ขอบคุณข้อมูลจาก http://wara.com/article-295.html


    +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
    เทคโนโลยี Image Stabilizer ในกล้องถ่ายภาพ

    All Articles >> Digital >> - เทคโนโลยี Image Stabilizer ในกล้องถ่ายภาพ

    ปัญหา
    ที่ทำให้ภาพเสียหรือถ่ายภาพแล้วไม่ได้ภาพที่ต้องการนั้นมีอยู่ 4 กรณีใหญ่ๆ
    คือ การโฟกัสไม่ชัด การใส่ฟิล์มไม่เข้า การเปิดรับแสงไม่ถูกต้อง
    และกล้องสั่น
    ปัญหาสามประการแรกสามารถแก้ไขได้ด้วยระบบอัตโนมัติหลายประการที่ใส่เข้าไปใน
    กล้องรุ่นใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นระบบการโหลดฟิล์มอัตโนมัติ การโฟกัสอัตโนมัติ
    และการวัดแสงอัตโนมัติ ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยให้ได้ภาพที่ดี
    ลดอัตราการสูญเสียภาพไปได้มากอย่างไรก็ดีปัญหาเรื่องกล้องสั่นซึ่งผู้
    ผลิตกล้องได้แก้ไขด้วยการใส่แฟลชไปในกล้อง
    และให้เปิดทำงานอัตโนมัติเมื่อมีแสงน้อยเพื่อให้สามารถถ่ายภาพ
    ที่ความเร็วชัตเตอร์ที่สูงขึ้น
    แม้ว่าระบบดังกล่าวจะลดปัญหากล้องสั่นไปได้ในการถ่ายภาพทั่วๆ ไป
    แต่ในกรณีการถ่ายภาพกีฬาหรือถ่ายภาพสัตว์ป่า
    ที่ต้องใช้เลนส์ความยาวโฟกัสมากๆ กำลังของแสงแฟลชไม่พอ
    และมีบ่อยครั้งที่ช่างภาพต้องการถ่ายภาพด้วยแสงในธรรมชาติ
    ไม่ต้องการแสงแฟลช ดังนั้นเมื่อสภาพแสงไม่อำนวย
    การใช้ขาตั้งกล้องจึงเป็นสิ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้แต่ช่างภาพก็จะสูญเสียความ
    คล่องตัวในการถ่ายภาพไป
    เมื่อช่างภาพต้องการใช้มือถือแทนที่จะติดกล้องไว้กับขาตั้งกล้อง
    ทางผู้ผลิตกล้องได้พยายามหาทางแก้ไขปัญหาภาพเบลอเพราะการถ่ายภาพ
    เนื่องมาจากการใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่ต่ำกว่า 1/ความยาวโฟกัส โดยในปี 1995
    แคนนอนได้ผลิตเลนส์ที่ใช้ระบบชดเชยการสั่นขณะถ่ายภาพเป็นตัวแรก
    ซึ่งก็คือเลนส์ 75-300 F/4.5-5.6 IS USM โดยเรียกระบบป้องกันภาพไหวนี้ว่า
    image stabilizer (IS)


    ภาพที่ 1 ก) เลนส์ทั่วไปที่ไม่มีระบบ IS เมื่อกล้องสั่น ลำแสงจากจุดๆ หนึ่งจะตกลงบนฟิล์มที่ตำแหน่งต่างกัน มีผลทำให้ภาพเบลอ ข)
    เลนส์ที่มีระบบ IS เมื่อกล้องสั่นในขณะถ่ายภาพ
    เซนเซอร์จะจับทิศทางการสั่นและส่งสัญญาณให้คอมพิวเตอร์ซึ่งจะควบคุมให้ชิ้น
    แก้วบางชิ้นขยับ ในทิศทางเดียวกับการเคลื่อนที่ของชุดเลนส์
    เพื่อทำให้แสงจากจุดๆ เดียวนั้น ตกกระทบบนฟิล์ม ณ ตำแหน่งเดียวกันตลอดเวลา


    ต่อมาแคนนอนก็ได้ใช้ระบบนี้กับเลนส์ถ่ายไกลที่ระยะอื่นๆ ของตนเอง
    ซึ่งได้แก่ EF 300mm f/2.8L IS USM, EF 400mm f/2.8L IS USM, EF 500mm
    f/4L IS USM, และ EF 600mm f/4L IS USM นอกจากเลนส์ของกล้องถ่ายภาพขนาด 35
    มม. แล้ว แคนนอนยังนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้กับกล้องวีดีโอและกล้องสองตาด้วย


    ภาพที่ 2 ตัวอย่งเลนส์ของแคนนอนที่มีระบบ IS

    บริษัท
    นิคอนได้ผลิตเลนส์ด้วยเทคโนโลยีเดียวกัน ในปี 2002 โดยนำมาใช้กับเลนส์ 80
    - 400 VR ซึ่งคำว่าวีอาร์ (VR) นี้เป็นคำย่อของ vibration reduction
    และมีเลนส์ที่ใช้ระบบกันการสั่นอีกหลายตัวตามมาเช่น 70-200 f/2.8 AF-S VR
    lens ในปี 2003


    ภาพที่ 3 ตัวอย่างเลนส์ของนิคอนที่มี ระบบ VR

    ทาง
    ด้านพานาโซนิค
    ก็ได้พัฒนาระบบลดการสั่นของภาพโดยใช้เทคโนโลยีการเคลื่อนเลนส์ตามอัตราการ
    สั่นของกล้อง ไม่ต่างจากของแคนนอน คือเป็นการใช้ตัวจับการสั่นที่เรียกว่า
    gyro sensor ซึ่งเซนเซอร์นี้จะส่งสัญญาณไปยังระบบคอมพิวเตอร์ในเลนส์
    เพื่อไปควบคุมกลุ่มชิ้นเลนส์ให้ขยับ ในทิศทางที่จะทำให้ภาพไปตก ณ
    ตำแหน่งเดิมตลอดเวลา พานาโซนิคตั้งชื่อระบบแก้การสั่นนี้ว่า Optical Image
    Stabilization (O.I.S.) โดยใช้ในกล้อง panosonic Lumix FZ3


    ภาพที่ 4 โครงสร้างของระบบเลนส์ของ panasonic ที่มีระบบป้องกันการสั่น


    ภาพที่ 5 กล้องของ Lumix FZ3

    โีค
    นิกา มินอลต้า
    ได้พัฒนาระบบแก้การสั่นขึ้นมาใหม่โดยมีแนวคิดที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง
    กล่าวคือแทนที่จะใช้ระบบแก้การสั่น
    โดยการขับเคลื่อนเลนส์แต่มาใช้การขับเคลื่อน CCD แทน


    ภาพที่ 6 ระบบ viabration reduction ที่ควบคุมการเคลื่อนที่ของ CCD เพื่อปรับแก้การสั่น

    ทาง
    โีคนิกา มินอลต้าประกาศว่า
    ด้วยเทคโนโลยีลดการสั่นนี้จะทำให้ช่างภาพสามารถถือกล้องได้ต่ำกว่าเดิมอีก
    3 สต็อปโดยภาพไม่ไหว
    ซึ่งให้ผลไม่ต่างกับการใช้ระบบป้องกันการสั่นที่อยู่ในเลนส์
    แต่จุดเด่นอยู่ที่ หากอยู่ในซีซีดีแล้ว เลนส์ทุกตัวที่มาต่อเชื่อม
    จะได้รับผลประโยชน์ของระบบลดการสั่นไปหมด กล้องของโคนิกา
    มินอลต้าที่ใช้ระบบลดการสั่นนี้ได้แก่รุ่น A200 A1 A2 Z3 และ Dynax 7D
    ระบบลดการสั่นของกล้องเมื่อมีข้อดี ก็ย่อมมีข้อเสีย
    สิ่งที่เกิดขึ้นจากการเคลื่อนเลนส์หรือตัวรับรู้ของกล้องก็คือ
    คุณภาพทางทัศนศาสตร์ที่จะลดลง
    ในการเปิดรับแสงที่นานผนวกกับการเคลื่อนที่ของเลนส์หรือตัวรับรู้ทำให้แสง
    ที่ตกลงบนตัวรับรู้มีประสิทธิภาพการจัดเก็้บโฟตอนลดน้อยลง

    สรุป....
    ข้อดีของระบบลดการสั่นนั้นเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่าจะช่วยให้ช่างภาพสามารถ
    ถือกล้องถ่ายภาพในสภาวะการณ์ที่เดิมที่จะต้องใช้ขาตั้งกล้องเท่านั้น
    ซึ่งจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวและความสะดวกในการถ่ายภาพเพิ่มมากขึ้น
    อย่างไรก็ดีราคาที่เพิ่มขึ้นของอุปกรณ์ลดการสั่นนั้น
    ท่านก็ควรพิจารณาด้วยว่าคุ้มค่าหรือไม่ที่ท่านจะลงทุนซื้อเลนส์หรือกล้องที่
    มีระบบลดการสั่นไว้ใช้งาน
    avatar
    nine_ob
    Rank : Moderator
    Rank : Moderator

    Posts : 2046
    From : SWU.
    Joined : 23/10/2008

    Re: Image Stabilizer ย้อนอดีต VR

    ตั้งหัวข้อ by nine_ob on Thu Jan 14, 2010 10:46 am

    โอ้วแม่เจ้า ความรู้ อิอิอิ


    ขอบคุณที่นำมาฝากกันคับพี่ ...


    _________________
    .



    http://omeletkung.multiply.com

    copyright By Nine_Ob
    avatar
    putkin
    Rank : Member
    Rank : Member

    Posts : 14
    From : Songkhla
    Joined : 13/12/2009

    Re: Image Stabilizer ย้อนอดีต VR

    ตั้งหัวข้อ by putkin on Mon Jan 18, 2010 4:52 pm

    กระทู้นี้ทำให้กิเลสผมขึ้นอีกแล้ว tamron 18-200mm ที่ใช้อยู่มันไม่มี VC (กันสั่นของ tamron) เซ็งนะเนี่ย เวลาถ่ายต้อง
    จับกล้องให้นึ่งที่สุดจนมือชาเลย ไม่อย่างนั้น ช่วง 200mm อย่าหวังว่าจะได้ภาพ เหอะๆ เลนส์ค่ายจ๋า รอก่อนนะแล้วพี่จะไปขอ

      เวลาขณะนี้ Thu Mar 23, 2017 11:17 am